Sign DeeAGREEMENT INFRASTRUCTUREตรวจว่าเคสของฉันอยู่ขั้นไหน →
SIGNDEE NOTICE · KNOWLEDGE

หนังสือทวงค่าเช่า
ควรมีอะไร และใช้เมื่อไร?

หนังสือทวงถามไม่ใช่แค่การแจ้งว่า “ค้างอยู่” แต่เป็นเอกสารที่กำหนดยอด กำหนดเวลา และเป็นฐานของขั้นตอนถัดไป ถ้าฉบับนี้คลุมเครือ ขั้นถัดไปก็จะคลุมเครือตาม

คำตอบสั้น: หนังสือทวงถามค่าเช่าควรระบุอย่างน้อย: คู่สัญญาและทรัพย์ที่เช่า ยอดค้างแยกเป็นงวด ฐานที่มาของยอด กำหนดเวลาให้ชำระ ช่องทางการชำระ และผลหากไม่ชำระภายในกำหนดตามที่สัญญาและกฎหมายเปิดช่อง โดยควรส่งด้วยวิธีที่เก็บหลักฐานการส่งและการได้รับได้ ใช้ในจังหวะที่ยอดค้างชัดเจนแล้ว และโดยทั่วไปมาก่อนการพิจารณาบอกเลิกสัญญา

1. องค์ประกอบที่ควรมีในหนังสือ

  • ชื่อผู้ให้เช่าและผู้เช่า ให้ตรงกับสัญญา
  • ทรัพย์ที่ให้เช่า ระบุให้ระบุตัวได้ เช่น เลขห้องและที่อยู่
  • เลขที่และวันที่ของสัญญาเช่า หากมี
  • ยอดค้างแยกเป็นงวด พร้อมวันครบกำหนดของแต่ละงวด
  • ค่าอื่นที่เรียกร้อง เช่น ค่าน้ำค่าไฟ แยกจากค่าเช่าให้ชัด
  • กำหนดเวลาให้ชำระ ระบุเป็นวันที่ชัดเจน ไม่ใช่ “โดยเร็ว”
  • ช่องทางการชำระและข้อมูลที่ผู้เช่าต้องใช้
  • ผลที่จะเกิดหากไม่ชำระภายในกำหนด เขียนตามที่สัญญาและกฎหมายเปิดช่อง ไม่เขียนเกินกว่านั้น
  • วันที่ออกหนังสือและผู้ลงนาม
เขียนเท่าที่อ้างอิงได้
ระบุสิ่งที่ตรวจสอบได้จากสัญญาและหลักฐาน หลีกเลี่ยงการระบุผลทางกฎหมายที่ยังไม่แน่นอน เช่น การยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดได้ทันทีเมื่อครบกำหนด

2. ใช้ในจังหวะไหนของเคส

โดยทั่วไปหนังสือทวงถามใช้เมื่อยอดค้างชัดเจนแล้ว และก่อนที่จะพิจารณาขั้นตอนที่รุนแรงขึ้น หากค่าเช่าชำระเป็นรายเดือนหรือเป็นระยะยาวกว่ารายเดือน มาตรา 560 วางหลักให้บอกกล่าวให้ชำระภายในเวลาที่กำหนดซึ่งไม่น้อยกว่า 15 วันก่อน จึงจะพิจารณาบอกเลิกสัญญาได้

ในทางปฏิบัติ หนังสือฉบับนี้จึงมักเป็นเอกสารฉบับแรกของเคส เพราะเป็นตัวเริ่มนับกำหนดเวลาและเป็นหลักฐานว่าได้ให้โอกาสแก้ไขแล้ว

อ้างอิงตัวบท: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 560

3. ส่งอย่างไรให้มีหลักฐาน

สิ่งที่ต้องพิสูจน์ได้ในภายหลังมีสองเรื่อง คือ “ส่งอะไรไป” และ “ผู้รับได้รับเมื่อไร”

  • เก็บสำเนาหนังสือฉบับที่ส่งจริง พร้อมวันที่ออก
  • เลือกวิธีส่งที่มีหลักฐานการส่งและการตอบรับ เช่น ไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ
  • บันทึกเลขที่การส่งและวันที่ส่ง
  • เก็บใบตอบรับหรือผลการจัดส่งไว้กับเอกสารของเคส
  • หากส่งทางอื่นประกอบด้วย เช่น อีเมลหรือข้อความ ให้เก็บไว้เป็นหลักฐานเสริม ไม่ใช่แทนที่

เหตุผลที่ต้องละเอียดกับเรื่องนี้ เพราะกำหนดเวลาหลายอย่างเริ่มนับจากการบอกกล่าว ถ้าพิสูจน์วันที่ไม่ได้ ขั้นถัดไปก็ยืนยันได้ยาก

4. ต่างจากหนังสือบอกเลิกสัญญาอย่างไร

สองฉบับนี้ทำหน้าที่คนละอย่าง และมักไม่ควรออกพร้อมกันโดยไม่มีเหตุผล

หนังสือทวงถามให้โอกาสแก้ไขภายในกำหนดเวลา สัญญายังมีผลอยู่
หนังสือบอกเลิกสัญญาแจ้งผลของการไม่แก้ไขตามกำหนด และอ้างอิงถึงหนังสือก่อนหน้า

อ่านต่อเรื่องจังหวะของหนังสือบอกเลิกได้ที่ หนังสือบอกเลิกสัญญาเช่าใช้เมื่อไร

5. คำถามที่พบบ่อย

ส่ง LINE ทวงค่าเช่าแทนหนังสือได้ไหม

ข้อความ LINE อาจใช้เป็นหลักฐานว่าเคยติดต่อหรือแจ้งข้อเท็จจริงได้ แต่ไม่ควรสรุปว่าใช้แทนการบอกกล่าวที่เหมาะสมได้ในทุกกรณี ควรดูข้อสัญญา เนื้อหาที่ส่ง วิธีการส่ง และหลักฐานการได้รับประกอบ

ผู้เช่าไม่ยอมรับหนังสือ ต้องทำอย่างไร

เก็บหลักฐานการส่งและผลการจัดส่งไว้ตามจริง เช่น ผลการนำจ่ายหรือการคืนเอกสาร แล้วบันทึกไว้ในเคส ส่วนผลของการไม่รับหนังสือขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและกฎหมายที่ใช้บังคับในแต่ละกรณี

ต้องให้เวลากี่วันในหนังสือทวงถาม

ขึ้นอยู่กับข้อสัญญาและลักษณะของเคส หากเป็นกรณีตามมาตรา 560 ที่ค่าเช่าชำระเป็นรายเดือนหรือยาวกว่ารายเดือน กฎหมายวางหลักไว้ว่าต้องไม่น้อยกว่า 15 วัน

CASE CHECK

ก่อนจัดทำเอกสาร ตรวจสถานะเคสก่อน

ตอบ 4 คำถามสั้น ๆ เพื่อดูว่าเคสของคุณอยู่ขั้นไหน ควรตรวจอะไรก่อน และขั้นตอนถัดไปคืออะไร

ตรวจว่าเคสของฉันอยู่ขั้นไหน →